ข้อมูล 6 อย่างที่ระบบร้านต้องเก็บ ถ้าไม่อยากคีย์ซ้ำตอนปิดงบ
เช็กลิสต์จากมุมคนทำบัญชี ว่าระบบขายหน้าร้านหรือ Web App ควรเก็บอะไรบ้าง เพื่อให้ส่งสำนักงานบัญชีได้ทันทีโดยไม่ต้องทำใหม่
ปัญหาที่เจอบ่อยที่สุดเวลารับช่วงต่อระบบที่คนอื่นทำไว้ คือระบบ "ใช้งานได้" แต่ ข้อมูลใช้ทำบัญชีไม่ได้ สุดท้ายเจ้าของร้านต้องคีย์ใหม่อยู่ดี
นี่คือ 6 อย่างที่ต้องเก็บตั้งแต่วันแรก ถ้าเก็บครบ ตอนปิดงบจะกด export ครั้งเดียวจบ
1. วันที่ของรายการ ไม่ใช่วันที่บันทึก
สองอย่างนี้ไม่เหมือนกัน ขายวันที่ 31 แต่มาคีย์วันที่ 2 ของเดือนถัดไป ถ้าระบบเก็บแค่วันที่บันทึก ยอดจะข้ามเดือนทันที และงบเดือนนั้นผิดทั้งเดือน
เก็บทั้งสองฟิลด์เสมอ แล้วให้รายงานอ้างอิงวันที่ของรายการ
2. เลขที่เอกสารที่ไม่ซ้ำและไม่ข้าม
สรรพากรดูความต่อเนื่องของเลขที่เอกสาร ระบบต้องออกเลขแบบเรียงลำดับ ห้ามข้าม และถ้ายกเลิกต้องเก็บรายการที่ยกเลิกไว้ ไม่ใช่ลบทิ้ง
3. แยกฐานภาษีกับ VAT ออกจากกัน
เก็บเป็นสามช่องแยกกัน
- ราคาก่อนภาษี
- จำนวน VAT
- ราคารวม
อย่าเก็บแค่ราคารวมแล้วหวังว่าจะถอดย้อนหลังได้ เพราะการปัดเศษรายบรรทัดกับรายบิลให้ผลไม่เท่ากัน และผลต่างจะสะสมจนงบไม่ลง
4. ต้นทุนต่อหน่วยตอนที่ขาย
ราคาทุนเปลี่ยนตลอด ถ้าเก็บแค่ราคาทุนปัจจุบันในตารางสินค้า พอย้อนดูกำไรของเดือนที่แล้วจะได้ตัวเลขผิด
บันทึกต้นทุน ณ วินาทีที่ขาย ลงไปในรายการขายเลย นี่คือฟิลด์เดียวที่ทำให้ตอบได้ว่า "เมนูไหนขายดีแต่กำไรน้อย"
5. ช่องทางรับเงิน
เงินสด โอน บัตร หรือแอปพลิเคชัน — แต่ละช่องทางกระทบการกระทบยอดธนาคารต่างกัน ถ้าไม่แยกไว้ ตอนปิดงบต้องมานั่งไล่สลิปทีละใบ
6. ผู้ทำรายการ
ใครเป็นคนบันทึก ใครเป็นคนยกเลิก เก็บไว้ทั้งหมด ไม่ใช่เพื่อจับผิด แต่เพื่อให้ตามรอยได้เวลาตัวเลขไม่ตรง และเป็นสิ่งที่ผู้สอบบัญชีจะถามหา
รูปแบบไฟล์ที่ควรส่งออกได้
อย่างน้อยควร export ได้สามแบบ
| รูปแบบ | ใช้ทำอะไร |
|---|---|
| CSV รายการขายรายบรรทัด | ให้สำนักงานบัญชีนำเข้าโปรแกรมบัญชี |
| สรุปยอดขายรายวัน | กระทบยอดกับเงินที่เข้าบัญชี |
| รายงานสต๊อกคงเหลือ ณ สิ้นงวด | ใช้ตีราคาสินค้าคงเหลือตอนปิดงบ |
สรุป
ระบบที่ออกแบบโดยคนที่ไม่เคยปิดงบ มักเก็บข้อมูลพอให้ "หน้าจอสวย" แต่ไม่พอให้ "ปิดงบได้"
ถ้ากำลังจะจ้างใครทำระบบ ลองเอา 6 ข้อนี้ไปถามดู แล้วคุณจะรู้ทันทีว่าเขาเคยอยู่กับตัวเลขจริงหรือเปล่า